มาทำความรู้จัก วิตามิน E กันเถอะ

มาทำความรู้จัก วิตามิน E กันเถอะ

วิตามินอีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายที่ต้องได้รับทุกวัน ซึ่งละลายน้ำได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับวิตามินเอ มีหน้าที่สำคัญในการขยายหลอดลม และเป็นยาต้านการแข็งของเลือด อีกทั้งวิตามินอียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่ช่วยยับยั้งการเสื่อมของเยื่อหุ้มเซลล์ และช่วยป้องกันเซลล์ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ ทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ และมีความคงทนมากขึ้น

มาทำความรู้จัก วิตามิน E กันเถอะ
มาทำความรู้จัก วิตามิน E กันเถอะ

ประโยชน์ของวิตามิน E

  • ช่วยป้องกันโรคหลอดเเลือดหัวใจและสมอง ช่วยลดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด และสลายไขมันทำให้ลดการเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดอุดตันได้ดี
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนของผู้ที่โรคเบาหวาน
  • ช่วยป้องกันและชะลอการเกิดโรคต้อกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกัยผู้หญิงในช่วงอายุ 52-74 ปี
  • ช่วยชะลอความแก่ ริ้วรอยเหี่ยวย่น วิตามินอีจะทำหน้าที่ในการดูดซับสารอนุมูอิสระก่อนที่จะทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ เสียหาย จึงช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น
  • ลดการอ่อนเพลีย และลดโอการการเป็นโรคเรื้อรังทาสมองต่างๆ
  • ช่วยแก้ไขความบกพร่องของระบบสืบพันธุ์
  • ช่วยบำรุงและฟื้นูดวงตาที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสดใส และชะลอการเกิดโรคประสาทตาเสื่อมได้ถึง 25%

 

โทษของวิตามิน E

  • ถ้าวิตามินอีมีการสะสมในร่างกายมากเกินไป จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ไปจนถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • หากได้รับวิตามินอีมากเกินไป อาจจะส่งผลต่อการไหลของเลือด เลือดอาจจะไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวช้า ไม่เหมาะกับการทานก่อนการผ่าตัด
  • ผู้สูงอายุ ถ้าได้รับวิตามินอีมากเกินไปทุกวัน อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

อาหารที่มีวิตามินอี

                มะเขือเทศ นม ไข่ ถั่ว ปลา จมูกข้าวสาลี ขนมปังโฮลวีต และผักใบเขียว นอกจากนี้ยังมีการนำไปผสมกับอาหารเสริมหรือทำในรูปแบบเม็ดวิตามินอีแบบเพียวๆ และใช้ในการผลิตเวชสำอางค์ เช่น ครีม เซรั่ม โฟมล้างหน้า และเครื่องสำอางค์ชนิดแป้ง ลิปสติก ลิปมัน เป็นต้น

 

คำแนะนำการทานวิตามิน E

                ถ้าหากว่าอยู่ในรูปแบบเม็ดหรืออาหารเสริม ควรอยู่ในระหว่าง 200-1200 IU ต่อวัน ส่วนผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดและหญิงมีครรภ์ควรได้รับวิตามินอีเสริม และหญิงในวัยทองควรทานวิตามินอีมากขึ้น โดยถ้าอายุน้อยหว่า 40 ปี ควรทานในปริมาณ 400 IU ต่อวัน แต่ถ้าอายุมากกว่า 40 ปี ควรทานในปริมาณ 800 IU ต่อวัน และควรเป็นแบบเม็ดถึงจะมีประสิทธิภาพ