วิตามินมีกี่ประเภทกัน

วิตามินมีกี่ประเภทกัน

ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างดำเนินชีวิตด้วยความเร่งรีบ มลพิษทางอากาศและสภาวะเครียดจากการทำงาน จนเป็นสาเหตุให้สุขภาพย่ำแย่ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย รวมไปถึงการรับประทานอาหารซ้ำซาก จำเจ และรับประทานอาหารที่มีสารอาหารน้อย ทำให้ร่างกายนั้นขาดวิตามินต่าง ๆ ที่สำคัญไป เพราะฉะนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงต้องหาวิตามินเสริมมาทานนั้น แต่หลายคนก็มีความสงสัยวิตามินนั้นคืออะไร สำคัญอย่างไรและมีกี่ประเภทกันแน่ วันนี้เราจะหามาคำตอบกัน

วิตามินคืออะไร

วิตามิน คือหนึ่งสารอาหารหลัก 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยแต่ไม่สามารถขาดได้ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า สารอาหารรอง ซึ่งไม่ได้เป็นตัวที่ให้พลังงานโดยตรงแก่ร่างกายเหมือนสารอาหารหลักอย่าง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือไขมัน แต่กลับมีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานให้เป็นไปอย่างปกติ เพราะร่างกายของเรานั้นไม่สามารถสร้างวิตามินเองได้ จะต้องได้รับจากการทานอาหารหรืออาหารเสริมเท่านั้น

วิตามินมีกี่ประเภท

วิตามินสามารถแบ่งออกตามคุณสมบัติการละละลายและการดูดซึมได้ 2 ประเภท ดังนี้

  • วิตามินละลายในน้ำ อย่างวิตามินบีและวิตามินซี วิตามินประเภทนี้สามารถละลายได้ดีในน้ำ เมื่อรับประทานวิตามินประเภทนี้เข้าไปจะถูกดูดซึมอยู่ในร่างกาย 2 – 4 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือจากการใช้งานจะถูกขับออกทางปัสสาวะหรือเหงื่อ โอกาสที่จะสะสมในร่างกายนั้นน้อยและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ร่างกายจึงจำเป็นจะต้องได้รับอย่างเพียงพอในแต่ละวัน
  • วิตามินละลายในไขมันหรือน้ำมัน อย่างวิตามินเอ ดี อีและเค วิตามินประเภทนี้จะละลายได้ดีในไขมันหรือน้ำมันเท่านั้น เมื่อร่างกายดูดซึมไปใช้ส่วนที่เหลือจากการใช้งานจะถูกกักเก็บเอาไว้ตามกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกาย ไม่สามารถขับออกมาทางปัสสาวะได้ ดังนั้นหากได้รับในปปริมาณที่มากไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้

ประโยชน์ของวิตามินต่าง ๆ

  • วิตามินเอ มีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการบำรุงสายตา ทำให้มองเห็นชัดขึ้นในเวลากลางคืน ช่วยบำรุงผิวให้ผิวมีสุขภาพดี ลดการอักเสบของสิว ลดเอนจุดด่างดำต่าง ๆ
  • วิตามินบี 1 ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการนำกระแสประสาท ช่วยเพิ่มการเผาผลาญสารอาหารโดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต ช่วยบำรุงผิว เส้นผม และสมอง ป้องกันโรคเหน็บชา
  • วิตามินบี 2 ช่วยในการเผาผลาญไขมัน เสริมสร้างเส้นผม ช่วยบำรุงผิว บำรุงเลือดและบำรุงสมอง ทั้งยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสายตา โดยเฉพาะบริเวณเรตินาของลูกตา
  • วิตามินบี 5 ช่วยเผาผลาญสารอาหาร เสริมสร้างฮีโมโกลบิน เป็นส่วนสำคัญของฮอร์โมนและสารสื่อประสาทที่ไม่ไขมันเป็นส่วนประกอบ
  • วิตามินบี 6 ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยในการเผลาผลาญอาหารประเภทโปรตีน ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดี ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ตัวช่วยในการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ความอยากอาหารและอารมณ์
  • วิตามินบี 12 ช่วยให้ร่างกายนำคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยในการทำงานของระบบประสาท ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
  • วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนังและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้ผิวมีสุขภาพดี กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • วิตามินดี ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าสู่ร่างกาย ส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคกระดูกบาง
  • วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และกล้ามเนื้อ ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย
  • วิตามินเค ส่วนประกอบสำคัญในการแข็งตัวของเลือด