ดูแลสุขภาพด้วยวิตามิน E

ดูแลสุขภาพด้วยวิตามิน E

วิตามินอีนั้นเป็นวิตามินตัวแรก ๆ ที่ได้รับกาแนะนำให้รับประทานอยู่เสมอ เพราะวิตามินอีนั้นสามารถป้องกันร่างกายจากความเสื่อมต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย โดยวิตามินอีสามารถพบเจอได้ใน ไขมันจากพืช เมล็ดถั่ว ผักใบเขียว ธัญพืชต่าง ๆ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด ถั่วเหลือง หรือไขมันจากสัตว์ได้แก่ น้ำนมคน น้ำนมวัว น้ำมันตับปลา เนื้อสัตว์ ไข่ ตับ ซึ่งวิตามินอีนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ

ดูแลสุขภาพด้วยวิตามิน E

วิตามินอีกับการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อม

เนื่องจากการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันนี้นั้น จะต้องพบเจอกับสภาพแวดล้อมหลายอย่างที่สามารถจะกระตุ้นให้ร่างกายนั้นสร้างอนุมูลอิสระจำนวนมาก จนเกินความสามารถที่ร่างจะกำจัดออก เป็นเหตุให้อนุมูลอิสระเหล่านี้ทำร้ายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ส่งผลให้เซลล์เหล่านี้โทรมลงอย่างช้า ๆ อย่างไม่รู้ตัว เช่น เซลล์ผิวหนัง หัวใจ สมอง โยสังเกตได้จากผิวพรรณที่แห้งกร้าน มีอาการคล้ายความจำสั้นลงเมื่อายุมากขึ้น ซึ่งวิตามินอีนั้นได้ขื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ต่าง ๆ ถูกทำลาย และช่วยให้เซลล์ที่เกิดขึ้นมาความแข็งแรง

 

วิตามินอีกับการปกป้องผิว

วิติมินอีนั้นสามารถช่วยให้เซลล์ผิวหนังทนต่อรังสี UV B ในแดดได้ดีขึ้น จากการศึกษาจากสมาคมการค้นคว้าโรคผิวหนังประเทศเยอรมัน โดยให้อาสาสมัครรับประทานวิตามินอี 1,000 ยูนิต ร่วมกับวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัม ทุกวันติดต่อกัน 3 เดือน พบว่าเซลล์ผิวหนังสามารถทนต่อการถูกทำลายได้เพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว

 

วิตามินอีกับการปกป้องหัวใจ

วิตามินอีจะช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ และป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้หลอดเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

วิตามินอีกับการปกป้องสมอง

วิตามินอี มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สามารถช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบประสาท เนื่องจากวิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ทำให้สามารถผ่านเข้าไปที่เซลล์สมองได้ มีการศึกษาที่รวบรวมข้อมูลการวิจัยเป็นจำนวนมากเมื่อสรุปผลได้ว่า การได้รับวิตามินอีในขนาดประมาณ 200 – 500 ยูนิตสากล จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพาร์กินสันได้

 

วิตามินอีกับโรคมะเร็ง

วิตามินอีนั้นสามารถป้องกันไม่ให้ไนโตรซามีน เป็นสารก่อมะเร็งที่มักจะได้รับจากอาหาร เข้ามาทำลายเซลล์ในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายอีกด้วย

 

บุคคลใดบ้างที่ควรได้รับวิตามินอี

  • ผู้ที่ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นซึ่งช่วยในการชะลอการเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ
  • ผู้ที่มีภาวะบกพร่องวิตามินอี ที่มีสาเหตุมาจาก การผิตปกติของการดูดซึมวิตามินอีในระบบทางเดินอาหาร
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณ เช่นผิวขาดความชุ่มชื้นหรือมีรอยแผลเป็น
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันโรคเกี่ยวกับสมอง หรือโรคทางระบบประสาทเช่นอัลไซม์เมอร์ หรือพาร์กินสัน
  • ผู้ที่ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีปัญหาที่เกี่ยวกับระบบภูมิต้านทานโรค
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง
  • ผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการก่อนมีประจำเดือน อาการปวดประจำเดือน